แชร์

“เจ้าท่า” ปักธงปี 66 ลุยยกระดับการนำร่อง มุ่งปลอดภัยสูงสุด รองรับส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้นตัว

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2023
843 ผู้เข้าชม

กรมเจ้าท่าเปิดเผยว่า สำนักนำร่องได้กำหนดแผนงานการนำร่องให้เกิดความปลอดภัยประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเดินเรือ โดยใช้ผู้นำร่องในหรือนอกเขตบังคับใช้ผู้นำร่องเกิดความปลอดภัยสูงสุด และรวมถึงการเรียกเก็บค่าจ้างนำร่องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะเป็นอีกส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผนงานเชิงรุกประจำปี 2566 ของกรมเจ้าท่าที่มุ่งเน้นความสำคัญในมาตรการความปลอดภัยด้านการจัดการระบบขนส่งทางน้ำควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพและการเฝ้าระวังในทุกมิติ

สำหรับสำนักนำร่อง กรมเจ้าท่า มีหน้าที่ ศึกษาและพัฒนาระบบ รูปแบบ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการนำร่องเรือ และระบบการประกอบกิจการนำร่อง ดำเนินการเกี่ยวกับการนำร่องตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย เสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดเขตท่าเรือน่านน้ำใดๆให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยผู้นำร่อง เสนอแนะเกี่ยวกับการออกข้อบังคับที่เกี่ยวกับการนำร่อง และดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมและสอบความรู้ผู้นำร่องรัฐบาลและผู้นำร่องพิเศษ

โดยแผนการดำเนินงาน ได้แก่ 1. งานออกใบสำคัญ (ใบอนุญาต) การออกใบอนุญาตผู้นำร่องรัฐบาลและการออกใบอนุญาตผู้นำร่องพิเศษ 2. งานทำการนำร่องเรือเข้า-ออกและเลื่อนในเขตบังคับใช้ผู้นำร่องทั้ง 6 เขตท่า (เขตท่าเรือกรุงเทพ เขตท่าเรือศรีราชา เขตท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา เขตท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต 3. งานการเงินการนำร่อง ที่ประกอบด้วยการวางมัดจำด้วยเงินสดหรือหนังสือสัญญาค้ำประกันในการขอใช้ผู้นำร่อง ออกใบแจ้งหนี้เรือขอใช้ผู้นำร่องเรือที่ออกจากเขตท่าไปแล้ว เก็บเงินค่าจ้างนำร่องจากเรือที่ขอใช้บริการนำร่อง ตรวจสอบและติดตามให้ผู้ประกอบการชำระค่าจ้างนำร่องให้เป็นปัจจุบัน และฝึกอบรมผู้สมัครนำร่องรัฐบาลและผู้นำร่องพิเศษ

ปัจจุบันการนำร่องเป็นส่วนหนึ่งของระบบการขนส่งทางน้ำ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางทะเลที่เป็นการสนับสนุนการส่งออกของประเทศ รวมไปถึงการนำร่องเรือขนาดใหญ่ เช่น เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เรือบรรทุกสินค้าทั่วไป เรือสำราญ เรือรบต่างประเทศ เรือบรรทุกน้ำมัน/สารเคมี เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของไทยที่มีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง กรมเจ้าท่าจึงมุ่งเน้นการขนส่งทางน้ำอย่างเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ มีมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยผู้นำร่องที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และมีเครื่องมือที่ทันสมัย ปัจจุบันการนำร่องเรือมีจำนวน 40,000 เที่ยวต่อปี นับเป็นความสำคัญของระบบการขนส่งที่ต้องมีการบริหารจัดการการขนส่งทางน้ำ เพื่อเข้าสู่การเข้าเทียบท่าภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งทางน้ำของไทย โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ของประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
8 เดือนไทยส่งออกไปรัสเซียติดลบ 35.43 %
ทูตพาณิชย์รัสเซีย เผยส่งออกไทย 8 เดือนแรกไปรัสเซีย ติดลบ 35.43% พบสินค้าอุตสาหกรรม กระทบหนักสุด จับตารัสเซียผนวกดินแดนบางส่วนของยูเครนเป็นของรัสเซียเพิ่มความขัดแย้งกับกลุ่มประเทศนาโต้ หวั่นซ้ำเติมเศรษฐกิจการค้าโลกเพิ่ม
5 ต.ค. 2023
บาทอ่อนต้นทุนส่งทางเรือพุ่ง “โลจิสติกส์ไทย” เสียเปรียบจีนแข่งขันไม่ได้
ไทยเจ้าภาพประชุม Global Shippers Alliance สภาผู้ส่งออกร่วมเวทีถกผู้นำเข้า-ส่งออกทั่วโลก 10-12 ต.ค นี้ แก้ปม “ค่าระวางเรือ-ตู้คอนเทนเนอร์” หลังผลกระทบจากโควิด-19 สงครามการค้า หวั่นค่าเงินบาทอ่อนกระทบต้นทุนโลจิสติกส์ผู้ส่งออกไทยแพงกว่าจีน 65% แข่งขันไม่ได้
5 ต.ค. 2023
TSTE ผนึกกำลังเซ็น MOU ร่วมกับ TIL ตั้งบริษัทร่วมทุน ประกอบกิจการท่าเรือคอนเทนเนอร์ 16C ขยายธุรกิจโลจิสติกส์ให้ครอบคลุม
นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ที่บริหาร บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE ผู้ให้บริการขนถ่ายสินค้าเรือเดินสมุทร ให้เช่าดังเก็บสินค้าและบริการท่าเทียบเรือ เปิดเผยว่า วันที่ 19 ต.ค. 65 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจในการร่วมทุน (MOU) กับบริษัท ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด หรือ TIL เพื่อตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture)
5 ต.ค. 2023
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy