แชร์

“เจ้าท่า” ปักธงปี 66 ลุยยกระดับการนำร่อง มุ่งปลอดภัยสูงสุด รองรับส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้นตัว

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2023
866 ผู้เข้าชม

กรมเจ้าท่าเปิดเผยว่า สำนักนำร่องได้กำหนดแผนงานการนำร่องให้เกิดความปลอดภัยประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเดินเรือ โดยใช้ผู้นำร่องในหรือนอกเขตบังคับใช้ผู้นำร่องเกิดความปลอดภัยสูงสุด และรวมถึงการเรียกเก็บค่าจ้างนำร่องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะเป็นอีกส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผนงานเชิงรุกประจำปี 2566 ของกรมเจ้าท่าที่มุ่งเน้นความสำคัญในมาตรการความปลอดภัยด้านการจัดการระบบขนส่งทางน้ำควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพและการเฝ้าระวังในทุกมิติ

สำหรับสำนักนำร่อง กรมเจ้าท่า มีหน้าที่ ศึกษาและพัฒนาระบบ รูปแบบ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการนำร่องเรือ และระบบการประกอบกิจการนำร่อง ดำเนินการเกี่ยวกับการนำร่องตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย เสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดเขตท่าเรือน่านน้ำใดๆให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยผู้นำร่อง เสนอแนะเกี่ยวกับการออกข้อบังคับที่เกี่ยวกับการนำร่อง และดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมและสอบความรู้ผู้นำร่องรัฐบาลและผู้นำร่องพิเศษ

โดยแผนการดำเนินงาน ได้แก่ 1. งานออกใบสำคัญ (ใบอนุญาต) การออกใบอนุญาตผู้นำร่องรัฐบาลและการออกใบอนุญาตผู้นำร่องพิเศษ 2. งานทำการนำร่องเรือเข้า-ออกและเลื่อนในเขตบังคับใช้ผู้นำร่องทั้ง 6 เขตท่า (เขตท่าเรือกรุงเทพ เขตท่าเรือศรีราชา เขตท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เขตท่าเรือจังหวัดสงขลา เขตท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต 3. งานการเงินการนำร่อง ที่ประกอบด้วยการวางมัดจำด้วยเงินสดหรือหนังสือสัญญาค้ำประกันในการขอใช้ผู้นำร่อง ออกใบแจ้งหนี้เรือขอใช้ผู้นำร่องเรือที่ออกจากเขตท่าไปแล้ว เก็บเงินค่าจ้างนำร่องจากเรือที่ขอใช้บริการนำร่อง ตรวจสอบและติดตามให้ผู้ประกอบการชำระค่าจ้างนำร่องให้เป็นปัจจุบัน และฝึกอบรมผู้สมัครนำร่องรัฐบาลและผู้นำร่องพิเศษ

ปัจจุบันการนำร่องเป็นส่วนหนึ่งของระบบการขนส่งทางน้ำ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางทะเลที่เป็นการสนับสนุนการส่งออกของประเทศ รวมไปถึงการนำร่องเรือขนาดใหญ่ เช่น เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ เรือบรรทุกสินค้าทั่วไป เรือสำราญ เรือรบต่างประเทศ เรือบรรทุกน้ำมัน/สารเคมี เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของไทยที่มีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่อง กรมเจ้าท่าจึงมุ่งเน้นการขนส่งทางน้ำอย่างเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ มีมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยผู้นำร่องที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และมีเครื่องมือที่ทันสมัย ปัจจุบันการนำร่องเรือมีจำนวน 40,000 เที่ยวต่อปี นับเป็นความสำคัญของระบบการขนส่งที่ต้องมีการบริหารจัดการการขนส่งทางน้ำ เพื่อเข้าสู่การเข้าเทียบท่าภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งทางน้ำของไทย โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ของประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
“แลนด์บริดจ์” พลิกโลจิสติกส์ไทย ยุทธศาสตร์เสริมแกร่งเศรษฐกิจภูมิภาค
การวางยุทธ์ศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับการค้าและการลงทุนประเทศ เป็นโจทย์สำคัญของโครงการขนาดใหญ่ในยุคปัจจุบัน
5 ต.ค. 2023
อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าเรือกำลังเผชิญปัญหา “ตู้คอนเทนเนอร์ล้น” หลังอุปสงค์โลกหดตัว
สถานการณ์ในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางเรือกำลังกลับตาลปัตร จากที่ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์อย่างรุนแรงในช่วงโควิดระบาด กลับต้องมาเผชิญกับปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ล้นคลังเก็บแทน หลังภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในหลายประเทศ ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าในโลกลดลง
5 ต.ค. 2023
ครม.ไฟเขียว แผนโลจิสติกส์ไทย 5 ปี ลดต้นทุนขนส่งต่อ GDP 5%
ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ไทย พ.ศ.2566-2570 ลดสัดส่วนต้นทุนการขนส่งสินค้าต่อ GDP เหลือร้อยละ 5 ดันไทยเป็นประตูการค้าสำคัญสู่ภูมิภาคอาเซียน
5 ต.ค. 2023
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy